Burst Test Bench
เครื่องทดสอบแรงดันแตก Burst Test Bench สูงสุด 15,000 bar
ออกแบบระบบให้เหมาะกับชิ้นงานและเงื่อนไขการทดสอบตาม requirement.
Custom-Built for Your Application
การทดสอบแรงดันแตก (Burst Pressure Testing) เป็นการทดสอบแบบทำลายชิ้นงาน (Destructive Test) เพื่อประเมินว่าอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนสามารถทนต่อแรงดันสูงสุดได้เท่าใด ก่อนเกิดการรั่ว การเสียรูป การแตกร้าว หรือการแตกออกอย่างสมบูรณ์
การทดสอบนี้มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบความแข็งแรงเชิงโครงสร้าง (Structural Integrity) ของชิ้นส่วนที่ต้องบรรจุหรือส่งผ่านของไหล เช่น สายยาง ท่อ ข้อต่อ วาล์ว เซนเซอร์ ภาชนะรับแรงดัน และชุดประกอบระบบของไหล
เครื่อง Burst Test Bench จาก Poppe + Potthoff Maschinenbau GmbH สามารถออกแบบให้รองรับช่วงแรงดันตั้งแต่การทดสอบชิ้นส่วนพลาสติกแรงดันต่ำประมาณ 30 bar ไปจนถึงระบบแรงดันสูงสุดถึง 15,000 bar สำหรับงานเฉพาะทาง เช่น ระบบเชื้อเพลิงแรงดันสูง ระบบไฮโดรเจน และชิ้นส่วนอากาศยาน
ระบบสามารถปรับแต่งตามประเภทชิ้นงาน ช่วงแรงดัน สารตัวกลาง อัตราการเพิ่มแรงดัน จำนวนชิ้นงานต่อรอบ และรูปแบบการบันทึกข้อมูล รวมถึงพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น DIN EN ISO 1402, SAE J517, ISO 18752 และข้อกำหนดเฉพาะของผู้ผลิตยานยนต์ (OEM-Specific Requirements)
Burst Pressure Testing Applications by Industry
- Industrial Hydraulics: ใช้ทดสอบกระบอกไฮดรอลิก (Hydraulic Cylinders) ตัวสะสมแรงดัน (Accumulator Shells) ท่อแรงดันสูง (High-Pressure Tube) และ Valve Boides เพื่อประเมินความสามารถในการรับแรงดันก่อนเกิดความเสียหาย รวมถึงตรวจสอบตามข้อกำหนดด้านอุปกรณ์รับแรงดัน เช่น PED/CE Requirements
- Automotive & E-Mobility: ใช้ตรวจสอบความแข็งแรงของชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบเบรก (Brake Hoses) ระบบหล่อเย็น (Coolant lines) ระบบเชื้อเพลิง (Connectors anf Fitting) และระบบจัดการความร้อนของรถยนต์ไฟฟ้า ระบบสามารถพัฒนาให้รองรับข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนระดับ Tier 1 เช่น Toyota, Honda, BWM, Mercedes-Benz ตามความต้องการของโครงการ
- Hydrogen System: ชิ้นส่วนในระบบไฮโดรเจนต้องรับแรงดันสูงและควบคุมการรั่วซึมอย่างเข้มงวด การทดสอบแรงดันแตกจึงใช้สำหรับยืนยันค่าความปลอดภัยก่อนนำชิ้นส่วนไปใช้งานจริง เช่น ถังเก็บไฮโดรเจน (Hydrogen Tanks) วาล์วและข้อต่อ (Valves and Fitting) เป็นต้น โดยระบบสามารถออกแบบให้รองรับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ISO 19881 และ SAE J2601 โดยต้องพิจารณาร่วมกับประเภทชิ้นงานและขอบเขตการทดสอบจริง
- Aerospace: ใช้ตรวจสอบท่อไฮดรอลิก แอคชูเอเตอร์ และชิ้นส่วนระบบของไหลที่ต้องทำงานภายใต้แรงดันสูง เพื่อสนับสนุนกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติและการรับรองชิ้นส่วน (Qualification and Certification)
- Oil & Gas: ใช้ทดสอบอุปกรณ์ที่ทำงานภายใต้แรงดันสูงในระบบขุดเจาะและลำเลียงของไหล เช่น ท่อขุดเจาะ (Drill Pipes) , อุปกรณ์ใต้หลุมเจาะ (Downhole Tools) ระบบสามารถออกแบบให้รองรับข้อกำหนดตามมาตรฐานของ API และเงื่อนไขเฉพาะของผู้ใช้งานแต่ละโครงการ
- Medical Technology: ใช้ทดสอบความแข็งแรงของชิ้นส่วนขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ลำเลียงของเหลวเข้าสู่ร่างกาย เช่น สายสวนทางการแพทย์ (Catheters) , อุปกรณ์ฝั่งในร่างกาย (Implants) การทดสอบอาจพัฒนาให้รองรับข้อกำหนดตาม ISO 10555 สำหรับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในขอบเขตของมาตรฐานดังกล่าว
นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาระบบในรูปแบบ Customized Test Bench ตั้งแต่การทดสอบต้นแบบ (Prototype Validation) การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ไปจนถึงการตรวจสอบชิ้นงานในสายการผลิต (Series Production Testing)